หนังสืออินตก


สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับพุทธศาสนิกชนชาวไทยในปัจจุบันนี้ก็คือ “คิดไม่เป็น”  

พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ จะวิธี “เชื่อลูกเดียว” เชื่อคนดีก็รอดตัว  เชื่อคนชั่วก็ฉิบหายไปอีกหลายร้อยหลายพันชาติ  

ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้ถ้าใครเชื่อ “ไอ้เควี่ยธัมมชโย” เข้าวัดของมันอยู่ บุญบารมีจะถูกมารพลิกเอาไปหมด

เหลือแต่เศษๆ เดนๆ ให้คงชีวิตอยู่ได้เท่านั้น 

ความซวยเพราะ “เชื่อลูกเดียว” ไม่ได้ส่งผลแต่เพียงชาตินี้เท่านั้น แต่ยังส่งผลไปอีกหลายอสงไขยชาติ

เป็นความซวยที่หนักหนาสาหัส เพราะ “คิดไม่เป็น”  เป็นแต่ “เชื่อลูกเดียว” เท่านั้น

เรื่องคำทำนายก็เช่นเดียวกัน  คนไทยไม่ว่าพุทธไม่พุทธก็มักจะเชื่อแบบไม่ลืมหูลืมตา เชื่อแบบฉิบหาย บ้าๆ บอๆ ไปอย่างเดียว

ประเด็นที่ผมจะวิพากษ์วิจารณ์วันนี้ก็คือ “หนังสืออินตก

หนังสือใบลานสี ได้ถูกตกมาในวัดแห่งหนึ่งในจังหวัด อัตตะบือ (ประเทศลาว)

ข้าพเจ้าได้รับรู้จากพระอาจารย์ผู้ทรงศีลองค์หนึ่งเผยแผ่ให้ เลยเถิดความศรัทธาเสียสละทรัพย์พิมพ์แจกจ่าย มายังพี่น้องชาวพุทธทั้งหลาย

เพื่อเป็นกุศล และเพื่อพิจารณาด้วยตนเองถึงเหตุการณ์มหันตภัยของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งจะบังเกิดขึ้นตามพุทธทำนายไว้ดังนี้

เรื่องนี้ ไม่ใช่คำทำนายของพระพุทธเจ้า  แล้วการอ้างอย่างนี้ เป็นการ “ตู่พระพุทธองค์”  มีโทษหนักด้วย

ขอย้ำว่า การที่เราจะได้บารมีหรือจะได้รับกรรมนั้น พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้ให้ 

ใครทำดีก็ได้บารมี ใครทำชั่วก็ไม่ได้บารมี แต่ได้บาปกรรมไป  การที่ไปช่วยพิมพ์หนังสือเหล่านี้ ขอบอกว่า “ซวยไปด้วย

โลชังชม โทโพโส อินโตกรุณา

พระอินทร์ พรหม ยมราช ได้สั่งไว้ว่า ถ้าบุคคลใดได้รู้แล้ว จงรีบบอกให้คนอื่นฟังหรือพิมพ์แจกตามกำลังศรัทธา

จะเกิดมหากุศลช่วยให้ท่านได้หลุดพ้นจากมหันตภัยพิบัติทั้งปวง

ถ้าบุคคลจะลงมาเกิดพร้อมหนังสือใบลานฉบับนี้ ถ้าใครไม่มีไว้ในบ้านเรือนจะมีภูตผีปีศาจเข้ามาทำลายอย่างแน่แท้

พระอินทร์ พรหม ยมราช แกไปเล่นจดหมายลูกโซ่มาตั้งแต่เมื่อไหร่...... บ้าทั้งนั้น  แล้วหนังสือบ้าๆ อย่างนี้ มันจะกันภูตผีปีศาจได้อย่างไร

ในปีจอถึงปีกุน เมื่อเดือนหงายจะมีงูพิษอยู่บนศีรษะฉกกัดให้ถึงตาย และผู้คนทั้งหลายจะเกิดความเดือดร้อนหลายประการ

สงสัยจะตายเฉพาะ “พวกเฒ่าหัวงู”  แล้วคำทำนาย “ห่าอะไร” ก็ไม่รู้  ถ้างูมันฉกจนตายไปแล้ว แล้วจะเดือดร้อนอะไร ก็ตายห่ากันไปหมดแล้ว

ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนศึกสงครามบ่แล้ว
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนน้ำและไฟ
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนอึดข้าวปลาอาหาร
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนผัว-บ่เห็นหน้ากัน
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนมีคนตายตามทุ่งนา
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนบ่มีผู้เฒ่า
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนไปต่างประเทศบ่สะดวก
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนนอนบ่หลับ

อันนี้หมดปัญญาวิเคราะห์เหมือนกัน

ในปีจอนี้ ในเมืองจันทร์จะมีฤๅษีองค์ทองคำสิกขาลาเพศออกมาเป็นพ่อค้า

แล้วฤๅษีองค์นี้ แกเลิกเป็นฤๅษี มันจะเกี่ยวอะไรกับคนไทยและคนลาว  ฤๅษีแกจะออกมาค้ายาบ้าหรือไง.......

ในปีจอขึ้น 8 ค่ำ ห้ามบ่ให้ตักน้ำอาบ น้ำกิน ตามห้วยหนองคลองบึงหลังพระอาทิตย์ตกดิน (ก่อนค่ำ) พระยายมราชจะนำเอายาพิษพ่นใส่โลกมนุษย์

พระยายมราชแกไม่รู้อะไรทำหรือไง  แล้วไปโกรธแค้นมนุษย์กันหนักหนา ถึงจะเอายาพิษมาใส่โลกมนุษย์ 

มนุษย์ไปเป็นชู้กับเมียพระยายมราชหรือไง  คำทำนายเป็นไปไม่ได้ ไม่มีเหตุผลในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ประการ มั่ว.......พอๆ กับไอ้เควี่ยธัมมชโย

ในปีจอ เมืองกรุงเทพ จะแตกพังทลายตอนเวลาไก่ขัน พระแก้วมรกต หัวเชียงเมี้ยงข้าวเม็ดใหญ่จะกลับสู่เวียงจันทร์

ที่ผมบอกไว้แต่ต้นว่า คนไทย “คิดไม่เป็น”  เป็นแต่ “เชื่อลูกเดียว” เท่านั้น มีแต่โง่ บ้าๆ บอๆ ทั้งนั้นก็ข้อความข้างบนนั้น

คนลาวเขาเกลียดไทยอยู่เรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องพระแก้วมรกต ลาวว่าเป็นของเขา 

คำทำนายนี้ ลาวต้องการ “แช่งไทย”  ไอ้พวกไทยควายๆ ก็เสือกไปเชื่อ  ไม่ได้มีมันสมองส่วนคิดเลย

พระแก้วมรกตนี้ ในทางวิชาธรรมกาย หินที่แกะนั้น หล่นมาจากนิพพานจริงๆ  แล้วแกะกันแถวๆ “เชียงใหม่

ตอนนั้น ยังไม่มีประเทศไทย ยังไม่มีประเทศลาว  ยังไม่มีระบบรัฐชาติแบบสมัยนี้

ในเมื่อปัจจุบันเชียงใหม่อยู่กับประเทศไทย  พระแก้วมรกตก็ควรจะเป็นของไทย 

การที่พระแก้วมรกตไปอยู่กับลาวในยุคหนึ่งนั้น  ยุคก่อนประเทศลาวด้วย ก็เพราะ ตอนนั้น ลาวเวียงจันทร์แข็งแกร่งมาก 

นี่คือ พระคาถาขององค์อินทร์ พรหม ยมราช

ได้เขียนไว้ในใบลาน จงเก็บรักษาไว้ให้ดีเพื่อช่วยหลุดพ้นจากภัยพิบัติได้ในยามเกิดเหตุการณ์มหันตภัย พระคาถาเขียนไว้ว่า ปะโต เมตัง ประระชีมัง สุคะโต จุติ จิตตะ เมตตะ นินะมัง สุคะโต จุติ”

พระคาถาบทนี้เขียนลงใบลาน แผ่นทอง หรือ แผ่นผ้าก็ดี ติดไว้ที่ประตูบ้านหรือในรถหรือโพกศีรษะ ยามเกิดเหตุการณ์จะช่วยให้หลุดพ้นจากภัยอันตราย


ผมขอยืนยันว่า ถ้าจะเขียนหรือจะท่อง “พุทโธ” “สัมมาอะระหัง” สั้นๆ ง่ายๆ ส่งผลดีกว่าคาถาพระอินทร์ที่ว่านั้น อย่างเทียบกันไม่ได้

ในกาลละเวลานี้ เทพเจ้าเหล่าเทวดาผู้รักษาคุ้มครองโลกได้กราบทูลต่อพระอินทร์ว่า มนุษย์โลกทำบุญเพียง 3 ส่วน และทำบาปกรรมถึง 7 ส่วน

เมื่อเป็นเช่นนี้องค์อินทร์จะสั่งลงโทษมนุษย์ผู้ใจบาป ถึง 9 ข้อ นับตั้งแต่ปีจอถึงปีกุน ดังนี้
1. จะให้เกิดพายุลมแรง แผ่นดินไหว
2. จะให้เกิดอัคคีภัย
3. จะให้เกิดอุทกภัย
4. จะเกิดฟ้าผ่า
5. จะเกิดร้อนเกินไป หนาวเกินไป
6. จะเกิดสารพิษต่างๆ
7. จะเกิดกาฬโรคต่างๆ
8. จะเกิดข้าวยากหมากแพง
9. จะเกิดฆาตพยาบาทเบียดเบียนกันเอง

พระอินทร์ทำได้แค่นี้หรือไง........... เหตุการณ์ 9 ข้อดังกล่าวนั้น มันเป็นเหตุการณ์ปกติตามธรรมชาติ  พระอินทร์ท่านไม่ได้ทำ............

มหันตภัย 9 อย่างนี้ จะหลุดพ้นได้โดยเฉพาะผู้มีบุญ คนที่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น

รู้แล้วจงบอกต่อกันไปให้รับทำความดีมากๆ ถ้าเลยปีจอ ปีกุน ไปแล้ว ทุกคนพร้อมทั้งลูกหลาน จะได้รับความสุขกายสบายใจทุกคน ให้ทุกคนเคร่งครัดในศีล 5

ให้โคตรมีบุญอย่างไร ข้าวยากหมากแพง มันก็กระทบทุกคน  นี่เป็นเพียงแค่ยกตัวอย่าง  คำทำนายมันมั่วทั้งนั้น

นอกจากหนังสืออินตก ที่ได้กล่าวมาแล้ว

ยังมีพระผู้ทรงศีลอีกองค์หนึ่ง ได้พบเห็นคำสอนที่จารึกไว้ในแผ่นศิลาที่พึ่งพบในภูเขาแห่งหนึ่งที่พระพุทธเจ้าได้เดินธุดงค์วิปัสสนากรรมฐานผ่านไป

ข้อความลงนรกก็คือ แผ่นศิลาจากรึก มันไปเกี่ยวกับการเดินธุดงค์ของพระพุทธเจ้าอย่างไร ไม่ได้มีความเป็นเหตุเป็นผลอะไรเลย

พระผู้ทรงศีลกล่าวว่า พี่น้องทั้งหลาย ถ้าไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่ดวงจิต เพราะถึงเวลาแล้วที่สวรรค์จะไม่มีความลับ

ถ้าท่านเชื่อก็เป็นกุศลรู้เพียงเท่านี้ ข้าพเจ้าจึงขอบอกเล่าสู่ท่านฟังตามคำกล่าวของพระผู้ทรงศีลรูปนี้ว่า

ในแผ่นศิลาได้เขียนไว้โดยพระมหากัสสปะว่า ในปีระกา ปีจอ ปีกุล เดือน 7-8 จะเกิดเหตุการณ์ร้ายตามถนนหนทาง

ในเดือน 9-10 คนใจบาปจะถูกล้างผลาญให้หมดไป มีบ้านแต่ไม่มีคนอยู่มีข้าวแต่ไม่มีคนกิน มีทางแต่ไม่มีคนเดิน

อ้าว........... ลามไปถึงพระมหากัสสปะเข้าอีก ในสมัยพระพุทธเจ้า เขาใช้ท่องจำกันอย่างเดียว มีไม่การจารึกไว้ในหิน

สุดท้าย พระผู้ทรงศีลได้กล่าวย้ำถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหนังสืออินทร์ตกเพิ่มเติมว่า

ถ้าท่านผู้เคารพบูชาหรือบนว่าจะบอกแก่ผู้อื่นหรือพิมพ์แจกจ่ายให้สาธุชนทั้งหลายได้รับรู้แล้วท่านปรารถนาสิ่งใดจะได้สมใจนึก จะปราศจากภัยพิบัติทั้งปวงตลอดไป ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ใครก็ตามช่วยพิมพ์หนังสือบ้าๆ บอๆ นี้ ตกนรกอย่างเดียว เพราะ เป็นการตู่พระพุทธเจ้า




4 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ22 มีนาคม 2555 14:11

    ลาวแช่งไทย และไทยดันเสือกไปเชื่อเขาอีก .. เจริญเถอะครับ
    (ผมว่า ไทยเรายังคงอยู่ในยุคที่เรียกว่า "Dark Age" นะครับ)

    ตอบลบ
  2. มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่คนไทยนี้ บทจะเชื่อใครก็เชื่อเอาดื้อๆ แต่งตัวดี พูดดีก็เชื่อ

    ยิ่งเป็นพระแล้ว คนไทยเชื่อแบบไม่อาศัยเหตุผลเลย พระพูดถูกไปหมด

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ18 พฤษภาคม 2557 16:34

    น่าคิด

    ตอบลบ